ความแตกต่างระหว่าง บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งจะประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยก็จะแตกต่างกันไป ในการตัดสินที่จะทำบัตรเป็นเรื่องที่คิดหนักเพราะไม่แน่ใจตัวเองว่าควรจะทำบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดดี


ก่อนสมัครบัตรเครดิต

เรียนรู้เรื่องบัตรเครดิตก่อนสมัครบัตรเครดิต

ความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าในปัจจุบันนั้นเริ่มต้นมาจากบัตรเครดิตที่ช่วยให้ผู้ซื้อไม่ต้องพกพาเงินสดคราวละมากๆเพื่อทำการซื้อสินค้า แต่บัตรเครดิตจะช่วยเหลือในการชำระค่าสินค้าและบริการ เมื่อถึงสิ้นเดือน เจ้าของบัตรเครดิตมีหน้าที่เพียงไปชำระค่าบัตรให้ตรงวันที่สถาบันการเงินได้กำหนดไว้ ซึ่งหากล่าช้ากว่าที่กำหนดหรือชำระไม่ครบก็จะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน

ซึ่งก่อนที่จะทำการสมัครบัตรเครดิตจึงต้องศึกษาว่าบัตรเครดิตคืออะไรและมีวิธีการใช้อย่างไรที่จะช่วยให้การใช้บัตรเครดิตได้อย่างมีความสุขและปลอดหนี้ เราจึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกให้ได้รู้เรื่องราวของบัตรเครดิตอย่างละเอียด

บัตรเครดิต คือ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกบัตร นั้นก็คือธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non -bank) ออกให้กับลูกค้าที่ประสงค์จะมีบัตรเครดิตเพื่อไว้ใช้จ่ายแทนเงินทด ซึ่งประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรจะได้รับมีมากมายตามเงื่อนไขที่ผู้ออกบัตรได้กำหนดไว้

เช่นสามารถใช้แทนเงินสดเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการโดยที่ผู้ถือบัตรไม่ต้องทำการชำระค่าสินค้าด้วยเงินสดทันที รวมถึงร้านค้าบนอินเทอร์เน็ต โดยร้านค้าที่รับบัตรนั้นจะมีโลโก้ติดอยู่หน้าร้านชัดเจนว่าผู้ใช้สามารถใช้บัตรเครดิตได้หรือไม่ เช่น VISA, Master Card, American Express, China Union Pay (CUP), Japan Credit Bureau (JCB)เป็นต้น

สามารถทำการเบิกถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้ตลอดเวลา แต่การเบิกถอนเงินสดไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะทำ เพราะการกดเงินสดออกมาจากบัตรเครดิต จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงและดอกเบี้ยจะเดินทุกวัน

รวมถึงสามารถรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่สถาบันการเงินมอบให้ เช่น สามารถทำการสะสมคะแนนจากการใช้จ่ายผ่านบัตร เพื่อแลกของรางวัล รวมถึงสามารถนำคะแนนที่สะสมไปแลกเป็นส่วนลดจากร้านค้า การผ่อนชำระสินค้าดอกเบี้ย 0 % และสิทธิในการรับเงินคืนจากการใช้จ่าย (cashback) ห้องรับรองตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น สนามบิน หรือห้างสรรสินค้า และประกันต่างๆที่รวมอยู่ในความคุ้มครองเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

จากเบื้องต้นคือคุณสมบัติที่มาพร้อมกับบัตรเครดิตที่สถาบันการเงินเป็นผู้มอบให้ โดยในส่วนของขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตนั้นจะไม่ยุ่งยาก หากผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงกับเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด โดยพื้นฐานเงื่อนไขที่สถาบันการเงินจะกำหนดคุณสมบัติและเอกสารที่จะสมัครบัตรเครดิตจะประกอบด้วย

ผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป

มีฐานเงินเดือนชั้นตํ่า 15,000 บาท ต่อเดือน

มีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 6 เดือน

สมุดบัญชี

สลิปเงินเดือน

เมื่อทำการยื่นใบสมัครครบถ้วนและคุณสมบัติครบถ้วน ทางสถาบันการเงินจะใช้เวลาในอนุมัติบัตรประมาณ 2 สัปดาห์ โดยหากผ่านเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนดก็จะผ่านการพิจารณา หากไม่ผ่านหรือมีประวัติค้างชำระในเครดิตบูโร ก็จะไม่ได้รับการอนุมัติ โดยที่วงเงินที่จะได้รับจะอยู่ที่สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนด โดยวงเงินจะอยู่ที่ 2 -5 เท่าของเงินเดือน

แต่ก่อนที่จะทำการสมัครบัตรเครดิต ควรที่เข้าใจถึงวิธีการเลือกบัตรเครดิตก่อน สิ่งที่จะเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจสมัครเครดิตนั้นจะต้องประกอบด้วยสิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะทำการสมัคร

ตรวจสอบค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมแรกเข้า ซึ่งหลายสถาบันการเงินทีค่าธรรมเนียมรายปีที่แตกต่างกัน จึงควรทำการตรวจสอบเงื่อนไขบัตรที่จะสมัครว่าบัตรนั้นมีค่าธรรมเนียมมากน้อยเท่ากันหรือไม่ และมีเงื่อนไขยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือไม่

อัตราดอกเบี้ย เรื่องที่เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะแต่ละสถาบันการเงินจะกำหนดระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน และอัตราดอกเบี้ยหากผิดชำระ ทางสถาบันการเงินจะเริ่มคำนวณตั้งแต่วันไหน

ช่องทางการชำระ บางครั้งบัตรที่ทำนั้นอาจจะออกโดยสถาบันการเงินที่มีสาขาน้อย และยากต่อการเดินทางไปชำระค่าบัตรได้ที่สาขา เพราะสาขาน้อย จึงควรตรวจสอบว่าสามารถชำระได้ที่ตามร้านสะดวกซื้อที่รับชำระค่าบัตรหรือไม่

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้บัตร รวมถึงคะแนนสะสม เนื่องจากว่าคะแนนสะสมของบัตรแต่ละบัตรก็ไม่เท่ากัน บางบัตรจะกำหนดเงื่อนไขการสะสมทุก 25 บาท ต่อหนึ่งคะแนน บางบัตรจะกำหนดเงื่อนไขการสะสมทุก 20 บาท ต่อหนึ่งคะแนนเป็นต้น

ในส่วนเบื้องต้นคือเทคนิคการเลือกบัตรให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด ในส่วนสุดท้ายที่จะกล่าวถึง คือ เทคนิคการใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัยและห่างไกลหนี้บัตร

: เลือกสมัครบัตรเครดิตที่เหมาะกับตัวเอง ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินได้ออกบัตรเครดิตที่มีความหลากหลายออกมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ถือบัตร โดยที่ผู้ที่กำลังมองหาบัตรสามารถมีตัวเลือกที่มากขึ้น เช่น หากมีความสนใจในเรื่องของท่องเที่ยว ก็สามารถเลือกบัตรที่เป็นประเภทบัตรท่องเที่ยว หรือบัตรสะสมไมล์ หรือบัตรที่เข้าร่วมกับที่พักโรงแรม เป็นต้น หรือหากเป็นผู้ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง ก็สามารถเลือกบัตรที่เข้าร่วมกับห้างสรรพสินค้า เพื่อรับส่วนลดเพิ่มเติมจากราคาสินค้า เช่น หากทางห้างกำลังทำการลดอยู่ที่ 10% หากใช้บัตรชำระก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% ดังนั้นการเลือกบัตรให้ตรงกับความชื่นชอบของตนเองจึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้ได้รับประโยชน์จากการใช้บัตรมากที่สุด

: ตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆที่มาพร้อมกับบัตร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก เมื่อได้รับบัตรเครดิตใบใหม่มา ผู้ใช้มักจะไม่สนใจอ่านรายละเอียดต่างๆที่แนบมาพร้อมกับบัตร เนื่องจากเอกสารที่มาพร้อมกับบัตร จะมีเงื่อนไขของการใช้บัตร และรวมถึงวันที่กำหนดตัดรอบบิลและวันกำหนดชำระค่าบัตร ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญที่ผู้ใช้จะต้องรู้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ทางสถาบันการเงินจะทำการคิดอัตราดอกเบี้ย หากมีการผิดนัดชำระหรือชำระล่าช้า เพื่อที่ผู้ใช้บัตรจะสามารถเข้าใจเงื่อนไขต่างๆก่อนที่จะทำการเปิดใช้บัตร

: ชำระเต็มทุกครั้ง ในส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญอย่างมาก สำหรับการใช้บัตรเครดิต แม้ว่าสถาบันการเงินจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรสามารถเลือกชำระแบบขั้นตํ่าได้ 10% แต่ก็ไม่ควรที่จะเลือกที่จะชำระแบบขั้นตํ่าติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะนอกจากจะเป็นการสะสมหนี้ที่เพิ่มขึ้น แต่หมายรวมถึงดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการคำนวณดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 20% ต่อปี และหากมีการผิดนัดชำระหลายวงด ทางสถาบันการเงินก็จะทำการส่งจดหมายมาเพื่อทวงถาม แต่หากไม่สามารถชำระได้เลย เรื่องก็จะไม่ถึงศาล ดังนั้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ควรใช้จ่ายเท่าที่สามารถจำแบกภาระได้ ไม่ควรใช้จ่ายเกินความสามารถที่ตนเองจะชำระได้ และใช้จ่ายไปกับสิ่งที่จำเป็น ไม่ควรใช้จ่ายผ่านบัตรไปกับทุกรายการสินค้า เพราะบางรายการสินค้าก็สามารถที่จะใช้บัตรชำระได้

: รักษาบัตรเครดิตของคุณเหมือนกับรักษาเงินสดจำนวนมากที่อยู่ในกระเป๋าของคุณ ในการใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัยนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยาก คือ ห้ามบอกข้อมูลเกี่ยวกับบัตรของคุณกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะรหัสกดเงินสด และหมายเลขสามตัวหลังบัตร รวมถึงในเวลาที่นำบัตรไปใช้ตามร้านค้าต่างๆ ไม่ควรให้บัตรเครดิตละไปจากสายตา เมื่อยื่นให้กับพนักงาน เพราะบัตรเครดิตอาจจะถูกนำไปก็อปปี้ได้ รวมถึงเวลาได้รับบัตรคืนมาจากพนักงาน ต้องตรวจสอบว่าเป็นบัตรของคุณ

ที่กล่าวมาทั้งหมด คือ ทั้งหมดที่เกี่ยวกับบัตรเครดิตที่ผู้สมัครบัตรเครดิตควรจะรู้ ตั้งแต่เงื่อนไขการสมัคร วิธีการใช้บัตรให้ถูกต้อง รวมถึงการเก็บรักษาบัตรเครดิต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากใช้บัตรเครดิตที่ดีควรจะมีวินัยในการใช้จ่ายและชำระยอดเต็มทุกงวด

PAGE TOP