ความแตกต่างระหว่าง บัตรเครดิต กับ บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งจะประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยก็จะแตกต่างกันไป ในการตัดสินที่จะทำบัตรเป็นเรื่องที่คิดหนักเพราะไม่แน่ใจตัวเองว่าควรจะทำบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดดี


สินเชื่อเงินสดควรรู้

สินเชื่อที่เรารู้จักกันนั้นมีหลายประเภท และในปัจจุบันสถาบันการเงินต่างปล่อยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสินเชื่อออกมาอย่างมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเงินของลูกค้า เช่น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ สินเชื่อเพื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น โดยแต่ละประเภทของสินเชื่อก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่แยกย่อยออกไปอีก เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกสินเชื่อได้ตรงกับความต้องการของตนเอง ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวในรายละเอียดของสินเชื่อแบบคร่าวๆ แต่จะลงลึกในเรื่องของสินเชื่อเงินสด เนื่องจากสินเชื่อเงินสด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูง

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ คือ สินเชื่อที่ทางสถาบันการเงินปล่อยเงินกู้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ ที่สามารถทำการยื่นขอเงินกู้ เพื่อนำไปขยายธุรกิจ หรือเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ โดยในส่วนของระยะเวลาในการกู้ยืมจะมีระยะเวลามากกว่า 5 ปี หรือขึ้นอยู่กับวงเงินที่สถาบันการเงินเป็นผู้อนุมัติ

สินเชื่อเพื่อการศึกษา คือ สินเชื่อเงินกู้ที่ให้กับนักศึกษา ที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกแต่ขาดทุนทรัพย์ สินเชื่อนี้เป็นสินเชื่อที่ผู้ต้องการจะศึกษาเป็นผู้ยื่นกู้ หรือบิดามารดา โดยวงเงินที่ให้กู้จะอยู่ที่ 80% ของค่าใช้จ่ายต่อหลักสูตร เช่น ค่าหน่วยกิต ค่าหนังสือ ค่ากิจกรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร ซึ่งระยะเวลาในการกู้ยืมจะอยู่ที่ 5 -7 ปี โดยไม่ต้องมีผู้คํ้าประกัน

สินเชื่อส่วนบุคคล คือ สินเชื่อที่ให้กับผู้ที่เป็นพนักงาน หรือ ช้าราชการประจำ โดยมีเงินกู้ยืมที่ 5 เท่าของรายได้ ทางสถาบันการเงินจะโอนเงินสดให้ผ่านบัญชี จากนั้นลูกค้านำบัตรไปกดเงินสดออกจากตู้ ATM ซึ่งจะเป็นเหมือนกับสินเชื่อเงินสด ที่จะกล่าวต่อไปนั้นเอง

สินเชื่อเงินสด คือ สินเชื่อรูปแบบที่ให้เงินกับผู้ขอสินเชื่อผ่านบัตร โดยแบ่งประเภทบัตรออกเป็น บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด

บัตรเครดิต คือ บัตรที่ผู้ใช้สามารถนำบัตรไปชำระค่าสินค้าและบริการแทนเงินสดได้ หมายถึงเงินส่วนล่วงหน้านั้นเอง เมื่อถึงกำหนดวันตัดรอบบิล ทางเจ้าของบัตรก็นำเงินไปชำระค่าใช้จ่ายของเดือนนั้นๆ หากมีการชำระล่าช้าหรือชำระขั้นตํ่าก็จะต้องถูกคิดอกเบี้ยที่สูงถึง 20% ต่อปี ในปัจจุบันสถาบันการเงินต่างปล่อยบัตรเครดิตออกมาอย่างมากมายให้เลือก โดยลูกค้าสามารถเลือกบัตรที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ เช่น หากชื่นชอบการท่องเที่ยว ก็เลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์ในด้านของการท่องเที่ยว หรือหากเป็นผู้ที่ชื่นชอบการชอปปิ้งก็สามารถเลือกบัตรที่มีสิทธิประโยชน์ในด้านของการชอปปิ้ง ทั้งนี้คุณสมับติของผู้ที่สามารถทำสินเชื่อบัตรเครดิตได้จะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และมีรายได้ขั้นตํ่าต่อเดือนที่ 15,000 บาท โดยจะได้รับการอนุมัติวงเงินในบัตรตั้งแต่ 2 -5 เท่าของรายได้

บัตรกดเงินสด คือ บัตรที่ผู้ใช้สามารถนำบัตรไปกดเงินสดได้ผ่านตู้ ATM แต่ไม่สามารถนำบัตรไปชำระค่าสินค้าหรือบริการได้เหมือนกับบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรกดเงินสดจะต้องทำการชำระเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยจากที่กดเงินสดออกไปเป็นรายเดือน ในส่วนของวงเงินในบัตรก็จะกำหนดโดยสถาบันการเงินเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งจะอยู่ที่ 2 -5 เท่าของรายได้ หลักเกณฑ์ในการสมัครก็เช่นเดียวกันกับบัตรเครดิต

ดังนั้นจากที่กล่าวมาของสินเชื่อส่วนบบุคคลจึงหมายรวมถึงสินเชื่อบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บัตรกดเงินสด ก็คือ สินเชื่อเงินสดนั้นเอง เพื่อเป็นการทำความเข้าใจให้มากขึ้น ขอขยายความหมายของสินเชื่อเงินสดให้เข้าใจมากขึ้น

สินเชื่อเงินสด คือ คือสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ที่ขาดสภาพคล่องในทางเงินเงินช่วงเวลานั้น หรือมองหาแหล่งเงินทุนกู้ยืม จึงทำการสมัครสินเชื่อเงินสดกับสถาบันการเงินที่มีบริการสินเชื่อเงินสด โดยสถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติจากรายได้และความเป็นได้ที่ผู้กู้จะสามารถชำระคืน เมื่อลูกค้าได้รับการอนุมัติจากสถาบันการเงินแล้ว ลูกค้าสามารถที่จะทำการเบิกเงินจากวงเงินสินเชื่อตามที่สถาบันการเงินได้ทำการอนุมัติไว้ ซึ่งวงเงินอนุมัติก็จะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินจะพิจารณาจากฐานรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ เมื่อได้ทำการเบิกเงินไปใช้แล้ว ก็จะมีรายการเบิกเงินจากสถาบันการเงินทำการแจ้งรายการเบิกเงินเป็นประจำทุกเดือนส่งให้ลูกค้า เพื่อแจ้งให้ดำเนินการชำระยอดที่ได้ทำการเบิกออกไป โดยที่ลูกค้าสามารถทำการชำระแบบเต็มจำนวนที่ได้ทำการเบิกออกไปหรือจะเลือกที่จะชำระคืนบางส่วน 5% ของเงินที่ได้ทำการเบิกออกไปก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเพราะอัตราดอกเบี้ยจะสูงสำหรับการชำระแบบขั้นตํ่า เช่นเดียวกับบัตรเครดิต โดยสถาบันการเงินจะทำการคิดอัตราดอกเบี้ยในส่วนที่ลูกค้าเลือกทำการชำระแค่บางส่วนหรือขั้นตํ่าตามที่สถาบันการเงินกำหนดเงื่อนไข ซึ่งจะแตกต่างจากบัตรเครดิตตรงที่สินเชื่อเงินสดไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสด แต่ในขณะที่บัตรเครดิตผู้ถือบัตรจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสด โดยประมาณอยู่ที่ 4% ของยอดที่เบิกรวมกับดอกเบี้ยด้วย ซึ่งบัตรเครดิตไม่ได้ผลิตมาเพื่อกดเงินสด หากจำเป็นต้องใช้เงินสด ควรเลือกกดจากบัตรกดเงินสดจะดีที่สุด

ทั้งนี้การที่ผู้ที่กำลังมองหาเงินสด แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การขอสินเชื่อเงินสดและทำการเปิดบัญชีสินเชื่อเงินสดจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เหมาะสมและปลอดภัยกว่าการกู้เงินระบบ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสถาบันการเงิน และการสมัครสินเชื่อเงินสดยังเป้นหลักประกันในยามฉุกเฉินอีกด้วยหรือในช่วงที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนที่ไม่มากแต่ก็ยังจำเป็นจะต้องใช้ในเวลานั้น เช่นเดียวกันกับบัตรเครดิตที่ผู้ถือสามารถทำการกดเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็มได้ แต่ไม่ควรทำบ่อยครั้ง เพราะจะมีค่าธรรมสำหรับการกดเงินสดผ่านบัตรเครดิตอยู่ที่ 3% และมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 28% ต่อปี ดังนั้นการที่นำบัตรเครดิตไปกดเงินสดจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

ทั้งนี้ในส่วนของการพิจารณาอนุมัติวงเงินของสถาบันการเงินนั้นจะทำการอนุมัติโดยคำนวณจากรายได้ของผู้ยื่นขอสินเชื่อ นั้นหมายความว่า หากมีเงินเดือน 10,000 บาท ทางสถาบันการเงินจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินสดที่ประมาณ 20,000 - 40,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามหากลูกค้าที่ประสงค์จะสมัครสินเชื่อเงินสด มีบัตรเครดิตอยู่แล้ว ทางสถาบันการเงินจะทำการพิจารณารวมวงเงินบัตรเครดิต โดยจะอนุมัติสินเชื่อไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน นอกจากว่าเป็นลูกค้าที่มีประวัติการชำระค่าบัตรเครดิตในเกณฑ์ที่ดี และไม่มีประวัติการค้างชำระ รวมถึงไม่เคยชำระขั้นตํ่า ทางสถาบันจะทำการพิจารณาเป็นพิเศษ รวมถึงอาจจะทำการพิจารณาเพิ่มวงเงินที่สูงกว่า เนื่องจากว่าสินเชื่อเงินสด เปรียบเสมือนการให้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิคเพิ่มนั้นเอง

ที่กล่าวมาทั้งหมด คือการแยกประเภทของสินเชื่อบัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสดให้เห็นถึงความแตกต่างว่าในความเป้นจริงนั้นแตกต่างกันอย่างไร ในแง่ของการใช้ แม้ว่าทั้งสองใบจะสามารถเบิกเงินสดได้ แต่ก็ต้องใช้บัตรที่เป้นบัตรกดเงินสดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้หากเป็นบุคคลที่ต้องการเงินสดในจำนวหนึ่งในเวลานี้ ให้เดินทางไปที่สถาบันการเงิน พร้อมกับเอกสารของรายได้ สมุดบัญชี รวมถึงสำเนาบัตรประชาชน ซึ่งก่อนที่จะทำการสมัครควรถามตัวเองให้แน่ชัดว่าพร้อมที่จะแบกภาระที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หากเป็นผู้ที่ต้องการนำเงินไปใช่จ่ายในเรื่องส่วนตัว โดยไม่ได้ก่อนให้เกิดรายได้กลับมา ก็ไม่สมควรที่จะทำเพราะนั้นเท่ากับเป็นการก่อหนี้เพิ่มจากเงินของผู้อื่น แต่หากต้องนำเงินไปใช้ในด้านของธุรกิจที่จะนำรายได้กลับมาก็ควรที่จะเลือกสถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่ตํ่าและให้วงเงินอนุมัติที่สูง

PAGE TOP